ให้เงินค่าขนมลูกเท่าไหร่ อย่างไรดี?

เงินค่าขนม ตอนที่ 3 คุณพ่อคุณแม่ที่อ่านมาถึงตรงนี้ หากตัดสินใจให้ลูกได้แล้วว่าจะเริ่มให้ค่าขนมลูก เรามาดูกันต่อคะว่า ควรให้เงินค่าขนมลูกเท่าไหร่และอย่างไรดี? ถ้าให้น้อยไป ลูกก็อาจจะรู้สึกอึดอัด ไม่พอใช้ แต่ถ้าให้มากไป ลูกก็อาจใช้เงินมือเติบ ไม่เห็นค่าของเงิน ดังนั้น ให้เงินลูกเท่าไหร่ ถึงจะเป็นจำนวนที่เหมาะสม แอดขอแนะนำวิธี ดังนี้ค่ะก่อนจะรู้จำนวนที่เหมาะสม ก็ต้องรู้ก่อนว่าจะนำเงินไปซื้ออะไร 1. ให้เด็กกำหนดล่วงหน้าว่าจะบริหารเงินค่าขนมอย่างไรคุณพ่อคุณแม่เริ่มให้ลูกเขียนสิ่งที่อยากเอาเงินค่าขนมไปซื้อออกมาก่อน และปล่อยให้ลูกได้ดูแลสิ่งที่ลูกน่าจะบริหารได้เอง โดยให้ลูกบริหารเงินที่กำหนดไว้ให้อยู่ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด คุณพ่อคุณแม่ลองให้ลูกเริ่มบริหารอะไรอย่างเดียวก่อน ถ้าลูกยังไม่ใช้ ก็ต้องเก็บเงินไว้ก่อน ตอนแรกๆ ลูกอาจใช้เงินจนหมด ดีใจกับการที่ได้เงินใหม่ๆ แต่ตอนหลังพอสังเกตได้ว่าลูกบริหารเงินได้ดีขึ้น เช่น เมื่อเห็นว่าลูกแยกแยะถึงความจำเป็นได้ ปากกามีลายการ์ตูน กับไม่มีลายการ์ตูนราคาต่างกัน 80 บาท แต่ลูกเลือกซื้ออันที่ถูกกว่าคืออันที่ไม่มีลายการ์ตูน ถึงคราวนั้นก็ค่อยทยอยเพิ่มสิ่งที่ลูกต้องบริหารมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อยยย 2. ขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างของที่ลูกซื้อเองกับของพี่คุณพ่อคุณแม่จะซื้อให้หากไม่กำหนดชัดเจน ลูกๆก็จะคิดว่า ถ้าวันนี้คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ วันหน้าคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องซื้อให้อีก ไม่มีความจำเป็นต้องกันส่วนเงินค่าขนมมาซื้อเอง ใช้เงินของคุณพ่อคุณแม่ดีกว่า ในตอนแรก คุณพ่อคุณแม่ทยอยเปลี่ยนจากสิ่งที่ซื้อให้ประจำแก่ลูก มาเป็นสิ่งที่ให้ลูกนำเงินค่าขนมมาซื้อเองได้  ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องพูดคุยกับลูกให้ชัดเจนเพื่อกำหนดสิ่งที่จะจ่ายให้ลูก รวมทั้งวงเงินที่ลูกๆจะสามารถบริหารได้จริง เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก 3. ไม่ให้เงินลูกมากพอที่จะซื้อของได้ทั้งหมดเมื่อกำหนดแล้วว่าเงินค่าขนมเป็นเงินสำหรับอะไรแล้ว คุณพ่อคุณแม่ให้เงินลูกแค่  […]

Aimvipa Tapanakornvut

October 19, 2022

เริ่มให้เงินค่าขนมลูกเมื่อไหร่ดี?

เงินค่าขนม ตอนที่ 1 ปลูกฝังเรื่องการเงินด้วยเงินค่าขนม แต่ละครอบครัวมีแนวคิดหลากหลายแตกต่างกัน…คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจกังวลว่าควรจะให้ค่าขนมลูกดีหรือไม่? เห็นครอบครัวอื่นให้ลูกของเค้าแล้ว แต่ลูกเราไม่ได้ เราต้องให้ลูกเหมือนครอบครัวอื่นหรือไม่ ลูกของเราจะรู้สึกอย่างไรถ้าไม่ให้ คุณพ่อคุณแม่คิดว่าลูกไม่จำเป็นต้องมีค่าขนม เพราะไม่ว่าลูกต้องการอะไรก็จะหามาให้ ไว้รอให้ลูกมาขอก่อนแล้วค่อยให้ก็ได้  คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องให้ค่าขนมก็ได้ เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในค่าเทอมแล้ว ทุกวันนี้ลูกไปโรงเรียนก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเลยเหตุผลต่างๆ นานา… หากคุณพ่อคุณแม่คิดแบบนี้ ลูกก็อาจไม่ได้เรียนรู้เรื่องรายได้ การใช้เงิน และการเก็บเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ และควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้การตัดสินใจด้านการเงินด้วยตัวเอง ทั้งนี้ คนตัดสินใจให้ค่าขนมลูกคือคุณพ่อคุณแม่ ภาพของเงินสำหรับเด็ก คือสิ่งมหัศจรรย์ที่จะทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มให้เงินค่าขนม (allowance) เมื่อไหร่?– เมื่อลูกสามารถนับเลขง่ายๆ ได้ ลูกรู้วิธีการบวกและการลบ– เมื่อลูกสามารถแยกความแตกต่างระหว่างธนบัตรและเหรียญต่างๆ ได้– เมื่อลูกเริ่มแสดงความสนใจอย่างชัดเจนในเรื่องเงิน– เมื่อลูกเริ่มมีความสนใจอยากได้ สิ่งของอื่น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่ได้จัดหาไว้ให้เป็นปกติ เช่น ของเล่น หรือเกมต่าง ๆ– เมื่อเห็นว่าลูกเริ่มมีวุฒิภาวะ พึ่งพาตนเองได้ เช่น บริหารเวลาเป็น รู้จักรักษาสัญญาว่าตกลงกับแม่แล้วว่าจะทำการบ้านให้เสร็จก่อนไปเล่นกับเพื่อน และลูกๆ ทำได้ตามที่ตกลงทั้งนี้ โดยทั่วไป อาจเริ่มให้ค่าขนมลูกเมื่อลูกมีอายุ 4-5 ปี […]

Aimvipa Tapanakornvut

October 12, 2022

ทำอย่างไรเมื่อลูกโวยวายร้องไห้อยากได้ของกลางห้าง?

เคยไหมที่มักเห็นเด็กๆร้องไห้ดังกลางห้างเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ซื้อของที่อยากได้ให้ เด็กบางคนถึงกับลงไปร้องไห้กองกับพื้นเสียงดังลั่นไม่สนใจใคร คุณพ่อคุณแม่บางคนก็เข้าไปปลอบลูกตัวเอง คุณพ่อคุณแม่บางคนเดินหนี คุณพ่อคุณแม่บางคนตะคอกใส่ลูก คุณพ่อคุณแม่บางคนลงไม้ลงมือตีลูก  คุณพ่อคุณแม่ควรรับมือกับกรณีนี้อย่างไร วันนี้ THAI FINLIT มีวิธีการจัดการดีๆ มาฝากกันค่ะ 1. บอกจุดประสงค์ของการมาซื้อของ:ก่อนมาห้างหรือก่อนลงจากรถ คุณพ่อคุณแม่บอกจุดประสงค์ของการมาซื้องของในครั้งนี้ ถ้าลูกขอไปดูแผนกของเล่น ก็อาจบอกลูกได้ว่า เราจะไปดูเฉยๆ ไม่ซื้อนะ เป็นการตกลง สร้างกฏระเบียบร่วมกันกับลูกก่อน ซึ่งเป็นการสร้างเครื่องมือในการต่อรองกับลูกต่อไป 2. ถามคำถามปลายเปิดให้ลูกฝึกคิด:เมื่อลูกเริ่มขอ พ่อแม่ควรโยนคำถามให้กับลูกว่าทำไมถึงต้องการของสิ่งนั้น นำไปใช้ประโยชน์อะไร ถ้าเป็นของที่ไม่จำเป็น ควรอธิบายให้ลูกฟังอย่างจริงใจว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มีเงินเยอะมากพอที่จะซื้อของเหล่านั้นบ่อยๆ และมีสิ่งของอย่างอื่นที่จำเป็นกว่า เช่น อาหาร ยา เป็นต้น ที่จำเป็นต้องซื้อมากกว่าในครั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ลองสำรวจความคิดลูกว่าลูกจะะเข้าใจเหตุผลดังกล่าวหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ต้องคุยให้ลูกเข้าใจ ไม่ด่า ไม่ตีหรือใช้คำพูดรุนแรง 3. ใจต้องแข็งกับลูก:กรณีที่ลูกไม่เข้าใจคุณพ่อคุณแม่ และลูกต้องการเอาชนะโดยการร้องไห้เสียงดังนั่งลงจมไปกองกับพื้น คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง ไม่ตามใจ เพราะการตามใจหนึ่งครั้งจะทำให้ลูกได้ใจและมีโอกาสที่ลูกจะทำพฤติกรรมเดิมอีกในครั้งต่อไป ลูกจะรู้ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการ เด็กจะติดนิสัยเคยตัวว่าทำได้และก็จะทำตลอด  คุณพ่อคุณแม่ต้องกล้าที่จะปฏิเสธลูกว่าสิ่งนี้ทำไม่ได้ โดยอาจย้อนกลับไปถามถึงข้อตกลงตอนแรกก่อนลงจากรถ หรือบอกลูกว่าเราตั้งกฏระเบียบไว้แล้ว หากลูกยังไม่ยอมและจะนอนร้องไห้ตรงนั้น…  คุณพ่อคุณแม่สามารถบอกได้ว่าจะเดินไปที่อื่นแล้ว ทำให้เหมือนกับว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่สนใจถ้าหากลูกยังคงร้องไห้โวยวายต่อไป ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังอยู่ในสายตาของลูก แต่เว้นระยะเพื่อให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้สนใจการร้องไห้ของเค้า […]

Aimvipa Tapanakornvut

October 7, 2022

ทำอย่างไรเมื่อลูกขอให้ซื้อของที่มีราคาแพง?

คุณพ่อคุณแม่คงเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกอยากได้นั่นอยากได้นี่เวลาไปเดินห้าง หรือแม้แต่การที่ลูกเห็นเพื่อนตัวเองมีของสิ่งนั้นๆ แล้วอยากได้บ้าง โดยเฉพาะของที่มีราคาแพงเกินกว่าขอบเขตเงินค่าขนมของตนเองมาดูกันคะว่า ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไรดี? วิธีที่แอดอยากแนะนำคือ1. ลองสังเกตนิสัยหรือพฤติกรรมของลูกก่อนยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกอยากได้ไม้เทนนิสหรืออุปกรณ์กีฬาอื่นๆ แต่ปกติลูกเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ชอบอยู่แต่ในร่ม ชอบเล่นเกมส์หน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าลูกมาขอของแบบนี้ แสดงว่าต้องมีตัวกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้ลูกต้องการของชิ้นนั้นมากๆ กรณีนี้ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่อยากสนับสนุนลูกๆแน่นอน และยินดีที่ลูกๆต้องการไปเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆ แต่คุณพ่อคุณแม่จะซื้อให้เลย ก็คงง่ายเกินไป แถมเด็กอาจจะคิดว่า อยากได้อะไรก็แค่บอกคุณพ่อคุณแม่ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ก็ซื้อให้ แอดแนะนำว่าอย่าเพิ่งให้ กลั้นใจไว้ก่อน และปฏิบัติข้อต่อไปค่า 2. ให้ลูกลองคิดก่อนว่าจะบริหารเงินอย่างไรให้คุณพ่อคุณแม่ลองถามลูกและให้ลูกลองคิดดูเองก่อนว่า การที่ลูกอยากได้ของสิ่งนั้น ลูกจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ตอนแรกลูกๆ อาจถามกลับว่าวิธีไหนดี คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งบอกลูกๆ ในคราวเดียวหมด แต่คอยชี้แนะและให้ลูกได้ลองคิดออกมาด้วยตัวเองก่อน ลูกจะได้เรียนรู้ว่าเค้าจะบริหารเงินที่ตัวเองมีอยู่อย่างไรและทำอย่างไรจึงจะได้ของสิ่งนั้นมา ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าไม่ได้จริงๆ ก็คอยช่วยอยู่ห่างๆเช่น แนะนำลูกว่า มันอาจจะมีร้านที่ราคาถูกกว่าร้านในห้าง วิธีนี้ก็จะทำให้ลูกรู้จักหาของที่อยากได้ด้วยตนเองและค้นหาของเองเป็น และเป็นการฝึกเปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสิ่งของด้วย หากตัดสินใจซื้อจากร้านค้านั้นจริงๆ คุณพ่อคุณแม่มาช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านทีหลังได้อีกด้วย แต่ถึงแม้ลูกของเราจะหาร้านที่ราคาของถูกลงแล้ว แต่เงินที่มีก็ยังไม่พอ!! ทำอย่างไรต่อดี? 3. สังเกตลูกต่อไปว่าจะทำอย่างไร ไม่ใจอ่อนคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ใจอ่อน ปุ๊บปั๊บซื้ออะไรก็ได้ที่ลูกอยากได้ให้ลูกทันที ต้องให้ลูกรู้จักรอและหาวิธีอย่างสุดความสามารถด้วยตัวเองก่อน คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตว่าลูกทำวิธีการใดต่อไป  ลูกบางคนอาจไปหาปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาเพื่อขอเงินดื้อๆเลย คราวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมกับคุณปู่คุณย่าและญาติๆให้เข้าใจตรงกันก่อนเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการสอนลูกเรื่องวินัยทางการเงิน ยกเว้นว่าลูกของเราจะมีความสามารถในการชักจูงโน้มน้าวได้เก่งจริงๆ ลูกอาจต่อรองกับคุณปู่ว่าขอเงินตอนนี้แทนของขวัญวันเกิดปีหน้า […]

Aimvipa Tapanakornvut

October 5, 2022

6 แผนการสอนลูกให้มี “วินัย” ทางการเงิน

6 วิธีแผนการสอนลูกให้มีวินัยทางการเงิน เสริมจากซีรีย์ บทสรุปจาก 10 ขั้นตอนสอนลูกสู่อิสรภาพทางการเงินแบบเบ็ดเสร็จ ในแผนการที่ 3 กันค่า https://thaifinlit.com/post/3162/ 1. ทำตัวเองให้เเป็นแบบอย่างลูกจะซึบซับพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่หรือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้เห็น เหมือนคำพูดที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น 2. ทำอย่างสม่ำเสมอให้ลูกลงมือทำซ้ำๆ เพราะการสร้างวินัยต้องได้รับการปลูกฝังอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเก็บที่นอน คุณพ่อคุณแม่ก็ทำเป็นประจำทุกวัน มิเช่นนั้น ลูกจะคิดว่าวินัยคือการทำตามใจ 3. จะไม่สั่งให้ลูกทำโดยไม่มีเหตุผลประกอบระวังว่า บางทีการสั่งลูกให้ทำนั่นทำนี่ จะเกิดการต่อต้านจากลูก ลูกจะไม่ยอมรับ คุณพ่อคุณแม่ต้องบอกถึงประโยชน์ในการทำสิ่งนั้นๆให้กับลูก และให้ลูกเกิดความอยากจากตนเองด้วย 4. ชมเชยให้กำลังใจลูกเพราะการชมเชยจะทำให้ลูกมีแรงจูงใจทำต่อไป เปรียบเสมือนน้ำมันที่เปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนเครื่องยนต์ คนเรายังชอบให้คนชมเมื่อทำดี ลูกๆ ก็เช่นกัน 5. ไม่ลงโทษด้วยการตีหรือใช้ความรุนแรงเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกละเลยเรื่องระเบียบวินัย แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะลงโทษลูกหรือเฆี่ยนตีทันที ให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าวและถามลูกถึงสาเหตุของการละเลยนั้น บางทีคุณพ่อคุณแม่อาจจะได้รับคำตอบว่าลืมเพราะลูกมัวแต่ไปคิดเรื่องอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรสอนให้ลูกมีสมาธิกับสิ่งที่ทำ แต่หากได้รับคำตอบว่าขี้เกียจ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรตักเตือนหรือลงโทษ เช่น ให้งดทำกิจกรรมที่ชอบเป็นเวลา 1 วัน 6. พ่อกับแม่ต้องตกลงกันก่อนบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ทำโทษลูก แต่ลูกกลับโดนโอ๋และปลอบโดยคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องตกลงกันให้ดี ให้ลูกได้รับรู้ว่าอะไรผิดหรือถูก มิฉะนั้นลูกจะไม่กลัวการลงโทษและจะส่งผลไม่ดีกับลูกได้สุดท้าย ลูกเป็นอย่างไร ส่วนหนึ่งมาจากการ […]

Aimvipa Tapanakornvut

October 1, 2022

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเริ่มโต แต่ไม่ได้ปลูกฝังนิสัยการทำบัญชีให้ลูกมาก่อน ควรสอนลูกอย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกังวลว่า เราสอนลูกเรื่องเงินช้าไปหรือไม่ จนเป็นที่มาของบทความนี้ค่ะจริงๆ แล้ว “Better late than never” ค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเริ่มโต แต่ไม่ได้ปลูกฝังนิสัยการทำบัญชีให้ลูกมาก่อน ควรสอนลูกอย่างไร?แอดมีวิธีมาแนะนำค่า 1. ปลูกฝังให้ลูกซึมซับความสำคัญของการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มจากการให้ลูกมีส่วนร่วมในการทำบัญชี เช่น ให้ลูกช่วยหยิบสมุดบัญชีมาให้ ช่วยอ่านรายการ transactions ต่างๆ ใน bank statement หรือแม้กระทั่ง ให้ลูกช่วยเขียนหรือพิมพ์รายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ของคุณพ่อคุณแม่ เป็นต้น คุณพ่อคุณแม่แสดงให้ลูกเห็นว่า การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำเป็นประจำ คอยสังเกตปฏิกิริยาของลูก ดูว่าลูกของเราให้ความสนใจหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่ ระหว่างนี้ก็จะเป็น “โอกาสทอง” ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะอธิบายให้ลูกเข้าใจได้ว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ทำไปเพื่ออะไร จูงใจลูกให้ลูกอยากลองทำบัญชีของตนเอง โดยระมัดระวังการออกคำสั่งหรือบีบบังคับ 2. ให้ลูกลองลงมือบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตนเองอย่างสม่ำเสมอ การเรียนทฤษฎีหรือจะสู้การ “ลงมือทำ”  ความท้าทายแรกคือ จุดที่เริ่มให้ลูกลงมือทำ ถ้าลูกอยากทำเองก็เป็นเรื่องดีมากๆ แต่กรณีที่ลูกไม่อยากทำ คุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี? – ลองทำวิธีใน “ข้อหนึ่ง” ให้บ่อยขึ้น โดยเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องลงมือทำก่อน แสดงประโยชน์ที่คุณพ่อคุณแม่ได้รับจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ให้ลูกๆ ได้ซึมซับ […]

Aimvipa Tapanakornvut

September 25, 2022

บทสรุปจาก 10 ขั้นตอนสอนลูกสู่อิสรภาพทางการเงินแบบเบ็ดเสร็จ

สอนลูกให้รวย พ่อแม่ช่วยได้‼️ เชื่อแน่ว่าคงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกรักของตนเองต้องเป็นทุกข์เรื่องเงิน ต้องใช้เวลาครึ่งชีวิตวิ่งหาเงินเพื่อจ่ายหนี้หรือจ่ายดอกเบี้ย สุดสัปดาห์นี้ แอดมี tricks ดีๆ เป็นบทสรุปจากหนังสือของผู้เขียน OJ.Mahya ที่แนะนำกุญแจที่จะไขไปสู่ความสำเร็จด้านการเงินของลูก ให้ลูกรักของคุณพ่อคุณแม่รอดพ้นจากความจนตั้งแต่ยังไม่เกิดค่ะ ผู้เขียนซึ่งเป็นคุณพ่อ (และมีคุณพ่อที่ไม่ได้ปลูกฝังเรื่องการเงินแก่ผู้เขียน) จึงได้ค้นหาว่าคนรวยเลี้ยงลูกอย่างไร และเด็กที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยทางการเงิน มีเงินล้านก่อนอายุ 30 เขาได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร บทสรุปกุญแจหรือแผนการสอนลูกสู่อิสรภาพทางการเงินที่ว่านี้มี 10 ข้อ แผน 1: สร้างฐานข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องให้กับลูกตั้งแต่เด็กเคยได้ยินคำว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น หรือไม่? คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นแบบนั้น สิ่งที่ลูกๆ เห็นวิธีแก้ปัญหาหนี้ของคุณพ่อคุณแม่คือ การยืมเงิน การกู้เงิน ลูกจะเก็บฐานข้อมูลเรื่องการจัดการเงินหรือวิธีการที่คุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติเอาไว้ และเมื่อถึงเวลา เป็นไปได้ที่พฤติกรรมเหล่านี้จะถูกนำมาใช้โดยอัตโนมัติ!!!! “ลูกๆ จะซึมซับพฤติกรรมจากคุณพ่อคุณแม่” ดังนั้น ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ ต้องสร้างฐานข้อมูลทางการเงินที่ดีให้กับลูกตั้งแต่เด็ก หรือเปลี่ยนฐานข้อมูลทางการเงินใหม่ด้วยการศึกษาวิธีการของคนที่ประสบความสำเร็จ หรือให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกๆ ของเรา เพราะฐานข้อมูลในวัยเด็กมีผลต่ออนาคตของลูกค่า แผน 2: ปรับทัศนคติที่มีต่อความรวยให้เป็นบวกเคยสังเกตไหมที่ คนที่มีปัญหาทางการเงินมัก1. มองภาพคนรวยในแง่ลบ เป็นพวกเอาเปรียบบ้าง หน้าเลือด เก็บดอกแพง ขี้โกง เป็นพวกเส้นสาย […]

Aimvipa Tapanakornvut

September 15, 2022

บทสรุปจาก 7 Strategies for Wealth & Happiness

วันนี้มีหนังสือน่าสนใจหนึ่งเล่มที่เพื่อนแอดได้แจกจ่ายมาให้และอยากนำมาแบ่งปันค่ะ เพราะเพื่อนแอดจะลาจากทางโลกไปบวชชี สุดยอดจริงๆ (ขอสาธุ อนุโมทนาบุญไปด้วยค่า) ก่อนจะนอกเรื่องไปกว่านี้ หนังสือที่ว่านี้ชื่อ 7 Strategies For Wealth and Happiness ของผู้เขียน Jim Rohn ผู้ซึ่งอาจเป็นนักสร้างแรงบัลดาลใจของใครหลายๆคน  Jim Rohn เค้าเล่าว่าเมื่อก่อนเค้าเลือกทางเดินผิด ด่วนตัดสินใจลาออกจากการเรียนในมหาวิทยาลัยหลังเรียนไปได้เพียงหนึ่งปี เพราะเค้าเชื่อว่ายังไงก็ยังหางานได้ เค้าไม่ได้มีปัญหาในการหางาน แต่มันทำให้เค้าเห็นความแตกต่างระหว่าง Making a living VS Making a life  ความรับผิดชอบของเค้าก็ยิ่งเพิ่มในช่วงสร้างครอบครัว รายจ่ายก็เพิ่มขึ้น เค้าค้นพบว่าการทำงานอย่างหนักไม่สามารถ cover ค่าใช้จ่ายได้ เค้าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? แม้กระทั่งเงิน 10 เหรียญที่หายไป ทำให้เค้าหงุดหงิดได้นานถึง 2 อาทิตย์!   เค้าตัดสินใจไปงานสัมมนาและพบกับ mentor ชื่อ Earl Shoaff หลังจากนั้น ชีวิตของเค้าก็เปลี่ยนไป!! ผู้เขียนบอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เค้าได้รับไม่ใช่งานหรือโอกาสในการเติบโตเป็นถึงระดับ executiveแต่คือการดำรงชีวิตให้ประสบความสำเร็จทั้ง happy และ wealthy […]

Aimvipa Tapanakornvut

August 29, 2022

คุณค่าที่มีมากกว่าเงิน 40 บาท

Mentor ของผู้เขียนหนังสือ 7 Strategies for Wealth & Happiness นามว่า Jim Rohn ได้แนะนำไว้ว่า เราสามารถมี lifestyle ด้วยเงินจำนวนเพียงน้อยนิดได้ง่ายๆ เพียงแค่เริ่มต้นด้วยเงิน 40 บาท  lifestyle ที่ว่าเป็นแบบไหน Mentor ได้อธิบายว่า ลองจินตนาการว่าเมื่อคุณต้องการขัดรองเท้าให้เงาและว่าจ้างเด็กขัดรองเท้า คุณพบเด็กขัดรองเท้าที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมาในชีวิต คุณเลยคิดว่าคุณกำลังจะให้ทิปแก่เด็กคนนั้น คุณลังเลว่าจะให้ 20 บาท หรือ 40 บาทดี?!  หากคุณมียอดอยู่ในใจ 2 ยอด “ให้เลือกยอดที่มากกว่า” เพราะคุณจะไม่เสียใจภายหลัง แต่คุณ Jim Rohn โต้กลับไปว่า 2 ยอดนี้ไม่ได้ต่างกันเลย  Mentor จึงอธิบายว่า “มันแตกต่าง ถ้าคุณให้ 20 บาท คุณจะคิดไม่ตกทั้งวัน คุณจะรู้สึกละอาย และเสียใจที่ไม่ได้ให้เงินมากกว่านี้ ในทางกลับกัน ถ้าคุณให้ 40 บาท […]

Aimvipa Tapanakornvut

August 20, 2022

แม่ครับ…ผมจะใช้เงินก้อนนี้ได้หรือยังครับ?

เป็นคำถามสั้นๆที่คุณพ่อคุณแม่คงได้พบเจอบ้าง วันนี้แอดมีตัวอย่างบทสนทนาจริงๆ มานำเสนอ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักการหรือภาพรวมนะคะ แต่เป็นบทสนทนาระหว่างคุณแม่กับลูกที่จะทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกเรื่องการเงินในชีวิตประจำได้อย่างไร หรือสอดแทรกความเป็นผู้ประกอบการให้กับลูกได้อย่างไร คุณพ่อคุณแม่สามารถแสดงให้ลูกเห็นหลักการหารายได้จากการค้าขาย “ซื้อถูกขายแพง” และสอนลูกให้ใช้ความเป็นเด็กให้เกิดประโยชน์ ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำได้ง่ายๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปซื้อสบู่เหลวราคาต้นทุนขวดละ 200 บาท ให้ลูกนำไปขายต่อในราคา 300 บาท และทดลองให้ลูกขายกับเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ตัวก่อนได้ ดังตัวอย่างบทสนทนาต่อไปนี้ ตอนที่ 1 สอนลูกเป็นผู้ประกอบการ เมื่อลูกไปเคาะประตูหาเพื่อนบ้านป้ากิ๊ก “สวัสดีครับป้ากิ๊ก วันนี้ผมมีขวดสบู่สูตรพิเศษที่ดีมากๆเลย แม่ของผมก็ใช้ครับ และคนส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักก็ใช้สบู่อันนี้ ไม่ไปใช้สบู่อย่างอื่นเลย ติดใจกันเป็นแถว ป้ากิ๊กอยากลองมั้ยคร้าบบ มันน่าลองมากๆเลยคร้าบบ ราคาขวดละ 300 บาทครับ และคุณป้าก็ไม่ต้องห่วงครับ เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ผมจะดูแลป้ากิ๊กอย่างดีเองครับ” “ป้าดีใจมากที่ลูกมาหาและนึกถึงป้านะ ป้าว่าสบู่ลูกน่าใช้และดูดีมากเลยนะ แต่ตอนนี้ป้ามีสบู่แล้วเยอะมากๆเลย” ป้าพูดเชิงปฏิเสธ ลูกผู้ซึ่งไม่ชอบการถูกปฏิเสธและมีความพยายามอย่างไม่ลดละ ทำท่าเหมือนจะเข้าไปดู “ไหนผมขอลองเข้าไปดูได้มั้ยครับ” สายตาอ้อนวอน เพื่อนบ้านป้ากิ๊กเมื่อรู้ว่าการปฏิเสธก่อนหน้าไม่ได้ผล “โอเคจ้าาาลูก…ป้าซื้อละกันจ๊ะ” ลูกกลับบ้านด้วยท่าทางดีใจที่สุด และบอกกับคุณแม่ “ตอนนี้ผมได้เงิน 300 บาทมาใช้แล้วครับแม่” ในฐานะคุณแม่ที่อยากสอนลูกเรื่องการเงิน “แต่ถ้าลูกใช้เงิน […]

Aimvipa Tapanakornvut

August 10, 2022
1 2 3

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก